วันนี้เราตื่น 6 โมงเช้า มี wake up call
แต่จริงๆหม่ามู๊ตื่นมาป้อนนมพีคตั้งแต่ตี 5 ครึ่งแล้วหล่ะ
จากนั้นก็แต่งตัวพร้อม
ลงไปหม่ำอาหารเช้าตอน 7 โมง
และออกเดินทางตอน 8 โมงจ้ะ ตามสูตรของทัวร์ปกติ
เก็บของก่อนไป ถ่าย โบรชัวร์ รร.ไว้เป็นที่ระลึก
ลงไปหม่ำอาหารเช้าของรร. เป็นเมนูเกาหลี ผสม ฝรั่ง อร่อยดี
แกงค์เรานั่งโต๊ะยาวกันเลย
พีคหม่ำข้าวต้ม กับเกี๊ยวน้ำคร้าบ คุณยายป้อนให้ก่อน
หย่อยคับ อย่อย อย่อย
หม่ำเสร็จ พีคก็ปู๊ดดดด
ต้องไปเปลี่ยนเพิส ก่อนออกเดินทางคร้าบบบบ 
ได้เวลา 8 โมง
เรานั่งรถบัสออกเดินทางไปลงเรือ
ล่องทะเลสาบชงจู
ซึ่งเป็นทะเลสาบธรรมชาติที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเกาหลี
ทริปล่องเรือนี้ดีมากๆเลย
เพราะมาแต่เช้า เราจึงเป็นกรุ๊ปทัวร์กลุ่มแรก
เรือเป็นของเราทั้งลำ ไม่ต้องแบ่งกับใคร 
the gang บางส่วน 
ถ่ายกับปักบ้าง
สาวๆทยอยออกไปสู้หนาวด้านนอก ถ่ายรูปกัน
ส่วนเดี๊ยน ลูกหลับค่ะ 
คุณยายไปถ่ายรูปเป็นตัวแทนหม่ามู๊ 555
ระหว่างล่องเรือไป ก็จะมีคำบรรยายภาษาไทยเล่าประวัติไปเรื่อยๆ
ว่าเข้าลูกนั้นเหมือนเต่า เหมือนปลาวาฬ
หรือตำนานรักของ ข้าราชการกับสาวคณิกา
แต่หม่ามู๊ไม่ค่อยได้ฟังหรอก อิอิ
คุณปู่คุณย่า
ธรรมชาติด้านนอก
เขา และเขา
สวย และเงียบสงบ
ฟ้าแจ่ม ยังเห็นพระจันทร์อยู่เลย
พีคยังคงหลับสบาย 
ข้างในมันอุ่นนี่นา
พักนึง น้าแพรวก็มาแตะมือให้หม่ามู๊ไปถ่ายรูปด้านนอกบ้าง
แม่เจ้า หนาววววววว ลมโกรกเย็นมั่กๆ
ไกด์เกาหลี กดรูปนี้มาให้ art ซะ 
สะพาน golden gate เอ้ยยยยย ไม่ช่ายยย 
โฉมหน้า Eddie ไกด์หนุ่มเกาหลีของเรา 
วัยกระเตาะเลยนะ พึ่งจะ 25 เรียนมหาลัยอยู่เลย
มารับจ๊อบไกด์ระหว่างปิดเทอม
แกงค์สาวๆประจำทริป
ก็น้ารส น้าหนึ่ง น้ากิ๊ฟขาประจำ และ
และที่เหลือก็เป็นเพื่อนของทั้งสามสาวอีก รู้จักกันหมด 
ถ่ายไปเรื่อยๆ
ล่องเรือประมาณ 45 นาที เราก็กลับขึ้นฝั่งกันค่ะ
เลยได้รูปรวมทั้งหมด 23 คนมา 1 รูป
(กลายเป็นวันอื่นไม่ได้ถ่ายรวมกันเลยอ่ะ)
จากนั้นเราก็ออกเดินทางต่อ
เพื่อไปหม่ำอาหารกลางวันกันจ้า
มื้อกลางวัน วันนี้มี บิบิมบับ มาบนชามหินร้อนคนละชาม
คลุกเคล้าใส่ซอสแดงเยอะๆ
อร่อยมั่กๆ กินหมดเรียบ
รู้สึกว่าอร่อยกว่าที่เคยกินเมืองไทยด้วยหล่ะ
ส่วนของกินส่วนกลาง (4 คนหม่ำ 1 กะทะ)
เป็นพุลโกกิ หรือหมูผัดจ้ะ
หม่ำกับเครื่องเคียงหลากหลาย
เมามันกับการกิน 
จากร้านอาหาร นั่งรถเดินทางต่อ
พอเกือบถึงรร.ก็แวะร้านชุดสกี
ให้คนที่จะเล่นสกีวันนี้ลงไปเลือกชุดลองไซซ์
ค่าเช่าชุด 15000 วอน ก็ตก 450 บาทโดยประมาณ
ส่วนอุปกรณ์เล่น เราไปเช่าที่ลานสกีกันอีกทีจ้ะ
และแล้วเราก็มาถึงสกีรีสอร์ท ตอนประมาณบ่าย 2
ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรม vivaldi ที่พักของเราคืนนี้ด้วยจ้า
มีเวลาให้เล่นสกีได้ถึง 5 โมงเย็น
เอากระเป๋าเก็บที่ห้องพักก่อน
แต่กลับเจอว่าห้องพวกเราทั้งหมดยังไม่ได้ทำกันเลย
เพราะกลุ่มที่พักออกกันช้า และแม่บ้านสับสนนึกว่าทำแล้ว
เปิดห้องมา อ้าวขวดเหล้า ถุงขยะ กลิ่นบุหรี่ ยังอยู่เต็มห้อง
ไกด์ก็รีบแจ้งแม่บ้านให้ทำ
บอกว่ากลับมาต้องเสร็จนะ
ให้พวกเราวางกระเป๋าที่ล๊อคไว้ในห้องก่อนได้ รับรองไม่หาย
แล้วไกด์ก็พาเดินไปที่ลานสกี ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันเลย
ถึงแล้วจ้า
ใหญ่โตเชียวหล่ะ
กว้างมากกก
ตรงลานสูงจะมีเครื่องช่วยทำหิมะเสริมด้วย
(ที่เหมือนพ่นๆอยู่ทางขวาของลาน)
เพื่อรักษาอุณหภูมิไม่ให้ละลาย
ป่าปู๊และเพื่อนๆน้องๆที่เล่นสกี ต้องเข้าไปเอาอุปกรณ์ก่อน
คุณยายตามไปเก็บภาพด้วย 
อันดับแรกต้องวัดเท้าเพื่อเอารองเท้า
และรับอุปกรณ์โดยจ่ายค่าอุปกรณ์อีก 35000 วอน
สำหรับเด็กๆเค้าก็จะเล่น slate ให้พ่อแม่ลากไปแทน น่าสนุก
เสียดายพีคหลับ เลยไม่ได้เล่น
อีกอย่างข้างนอกหนาวมั่กๆด้วย
ส่วนหม่ามู๊ก็พาพีค กับ ปู่ ย่า ปัก มานั่งรอที่ canteen
ซึ่งอยู่ใกล้ๆลานสกีเหมือนกัน
ส่วนคนอื่นๆก็ตระเวณถ่ายรูปกันไป
ที่หม่ามู๊ไม่เล่นสกีเพราะ เดี๋ยวเกิดหกล้มเดี้ยงขึ้นมาทั้งคู่
ใครจะดูพีคหล่ะเนี่ย 
นั่งป้อนนมพีคอยู่พักนึง
คุณยายก็มาเปลี่ยนช่วยดูพีคให้
หม่ามู๊ก็เลยพาปู่ย่าออกไปถ่ายรูปบ้าง
ถ่ายกับกลุ่มนักสกีหน่อยซิ 
ได้ถ่ายกับหนุ่มสกีแดงแล้ว 
ลานสกี กว้างและหนาวว จริงๆค่า ดีนะลมไม่แรง
ป่าปู๊บอกหกล้มไปหลายรอบ แต่ยังสบ๊ายย
ครบเครื่องไว้ก่อน เล่นไม่ได้ช่างมัน 
ตอนนั้นประมาณ 4 โมงเย็นแล้ว
คุณยายถ่ายรูปทิ้งทวนกับแกงค์
(หม่ามู้โผล่มานิดเดียว555)
นักสกีทั้งหลายเริ่มเดี้ยง ก็เลยเดินกลับรร.กันดีกว่า
น้าพรมีหม่ำขนมรองท้องและ
ไปที่ไหนๆก็จะเจอกะหล่ำปลูกตกแต่ง
คาดว่าเพราะทนหนาวได้ดี หน้ารร.ทุกที่มีหมด
พอมาถึงห้อง ห้องคุณยายเสร็จแล้ว
แต่ห้องเราแม่บ้านกำลังเก็บช่วงสุดท้ายอยู่
ส่วนห้องปู่ย่าพีคยังไม่ได้ทำเลย
เพราะเค้าไล่ทำไปเรื่อยๆ ก็เลยไปรวมตัวกันห้องคุณยายก่อน
ช่วงบ่ายนี้พีคเริ่มถ่ายหลายครั้ง
แต่ยังกินนมดี แล้วก็เริ่มคึกเพราะได้นอนกลิ้งบนฟูกนิ่มๆ
ตื่นมาตอนเย็นก็เลยกินอาหารขวดสำหรับเด็กได้เยอะ
จากที่วันแรกไม่ค่อยอยากกินอะไร
มื้อกลางวันที่ผ่านมาก็กินแต่สาลี่(ผลไม้)กับนมเท่านั้น
ข้าวไม่ยอมกิน
พอห้องเสร็จ มีเวลาจัดของ ถ่ายรูปเล็กน้อย
ลักษณะคล้ายๆกับรร.แรก แต่ห้องเล็กกว่า
ยังไงก็มีทีวี LCD นะคร้าบ
มีโต๊ะเล็กๆให้นั่งสังสรรค์วางของ
แต่ไม่มีห้องนอนแยกเป็นสัดส่วน ปูนอนกันกลางห้องนี่หล่ะคืนนี้ 
ที่เก็บฟูกกับหมอน
ส่วนที่เป็นครัว
ห้องน้ำแนวเดิม
แต่มีกระจกบานใหญ่ให้หน้าห้องน้ำ ชอบๆๆ
มื้อเย็น เราออกไปหม่ำอาหารร้านใกล้ๆที่พัก
เรียกว่า โอซัม พุลโกกิ เป็นหมูกับปลาหมึกผัด
อร่อยอีกแล้ว
เค้าจะมีซอสเผ็ดไว้ให้เติมด้วย
เติมแล้วน้ำแดงแซบบบ
หม่ำพร้อมกับเครื่องเคียงเหมือนเดิม
คราวนี้เป็นสาหร่ายรสเค็มๆหวานๆ ไม่ได้เป็นแผ่นแล้ว อร่อยอีกแบบ
แต่ไม่มีใครรู้เลย ว่ามื้อนี้จะเป็นตัวการทำให้
คุณย่ากับป่าปู๊ป่วย 
กลับมาถึงรร. คุณปู่พาพีคขึ้นห้องก่อน
ส่วนคุณยายกับกลุ่มหม่ามู๊ลงไปซื้อของที่ super market กัน
ได้ตุนขนมเล็กน้อย
เจอ จาจังเหมี่ยนแบบสำเร็จรูปด้วย
ซื้อไปลองกินที่เมืองไทยซะหน่อย
แล้วก็ได้สตรอเบอรี่ ครึ่งกก. 6000 วอน
ตก 180 บาทเอง หอมหวานมากจ้ะ
ขึ้นไปบนห้อง แกงค์หนุ่มๆ
มีคุณปู่ ป่าปู๊ น้าอุ่ย น้ากราฟ มานั่งที่ห้องเรากัน
ลองเบียร์กับโชจูเกาหลีเล็กน้อยพอเป็นกระษัย
หม่ำกับปลาหมึกแห้งเป็นเส้นๆที่อร่อยมากก
(หม่ามู๊ น้าแพรว คุณยาย ก็กินแต่ปลาหมึกนี่หล่ะ)
พอ 5 ทุ่มก็แยกย้ายกันไปนอนจ้ะ
คืนนี้ป่าปู๊เริ่มมีจู๊ดๆ ลุกไปห้องน้ำหลายครั้ง
ส่วนพีคก็เริ่มถ่ายบ่อย และเหลว
ต้องคอยฟังเสียงพีค
หม่ามู๊ก็เลยหลับๆตื่นๆ มาเช็ดก้นอยู่ 2-3 รอบ
แต่ป้อนนมป้อนน้ำก็ยังกินดี
เช้าแล้วน่าจะดีขึ้นน่า (คิดว่างั้นนะ) เพี้ยงงง
ปล.
เห็นคุณบีมถามว่าพีคไม่ปวดหูเหรอเวลาขึ้นเครื่อง
ระหว่างช่วง take off พิ้งค์จะคอยป้อนน้ำป้อนนมพีคค่ะ
เค้าจะได้กลืนตลอดเวลา ช่วยลดอาการหูอื้อ
คิดว่าคงช่วยเพราะพีคไม่งอแงเวลาเครื่อง take off หรือ landing เลยค่ะ