จริงๆครบรอบแต่งงานของหม่ามู๊กับป่าปู๊คือ
14 พ.ค. นะจ๊ะน้องน้อย
แต่ที่เอามาลงวันนี้ เพราะเมื่อวานไปเล่าเรื่อง
ผลตรวจเลือดหม่ามู๊แล้วก็ผลตรวจ triple test ของน้องน้อยแล้วไง
มีน้าๆป้าๆมาตอบกันเยอะแล้ว งั้นยกให้เป็นวันผลตรวจเลยแล้วกันเนาะ

เมื่อวาน 14 พ.ค. หลังจากรู้ผลตรวจ ผลก็ตกหนักมากเลย
หม่ามู๊รอป่าปู๊มารับที่ทำงาน มาถึงก็เกือบ 6 โมงจ้ะ
เราก็ขึ้นรถตรงดิ่งไปที่ JW Marriott กันเลยนะจ๊ะ
หม่ามู๊วางแผนล่วงหน้าแล้ว ว่าจะไปหม่ำที่นี่กัน ฝากเซลล์ที่รู้จัก
จองโต๊ะให้เรียบร้อย ครบรอบ 2 ปีทั้งที
หาไรหม่ำแปลกๆพิเศษกว่าวันปกติหน่อย
อีกอย่างพาน้องน้อยไปด้วย ต้องให้อร่อยๆและมีประโยชน์กับน้องน้อยสิเนาะ

รถติดมากกก อย่างว่าหล่ะฝนตก
น้องน้อยก็เริ่มดุ๊บๆๆจะบอกว่าหนูหิวววใช่ไม๊หล้า
สุดท้ายเราไปถึงรร.ตอน 1 ทุ่มพอดี
เซลล์ที่รู้จักกับหม่ามู๊ยืนรอทักทายหน้าห้องอาหาร แล้วก็บ๊ายบายกัน
(ไม่ได้เจอกันมาพักนึงแล้วหล่ะจ้ะ)
อ้อ หม่ามู๊ยังไม่ได้บอกเลยเนาะว่าจะไปหม่ำอะไรกันฃ
วันนี้เรามาหม่ำที่ห้องอาหาร
nami
จ้า ห้องนี้เป็นห้องที่เน้น เทปันยากิ
ส่วนอีกฟากเป็นห้อง Tsu ที่เน้นซูชิ ซาซิมิ
(หม่ามู๊ชอบปลาดิบนะ แต่มีน้องน้อยอยู่กินไม่ได้จ้ะเน้นของสุกดีกว่า)
ถ้าเรียกรวมๆห้องอาหารญี่ปุ่นที่นี่ก็ชื่อ Tsunami คลื่นยักษ์นันหล่ะจ้า

พอมาถึง พนักงานก็พามานั่งเลย หม่ามู๊จะเดินถ่ายรูปก็เกรงจายยยยยย
ตรงที่เรานั่งเป็น booth ที่นั่งได้ 5 คน รูปครึ่งวงกลม
ถ้ามาเป็นคู่ ก็มีเก้าอี้ 1 ตัวคั่นกลาง มีความเป็นส่วนตัวดีเหมือนกันจ้ะ

นี่นะจ๊ะ นั่งได้เพิ่มอีก 3 คนถัดจากหม่ามู๊ แต่ตอนนี้ว่างงงง

ถัดไปอีกเวิ้ง เป็นโต๊ะคนญี่ปุ่นของจริง มาเป็นกลุ่ม 4 คนพอเหมาะพอดี

อีกฟากทางป่าปู๊ก็มีคู่นึงหม่ำไปครึ่งทางและ

ส่วนอีกโซนด้านหลังเรา เหมาะสำหรับคนที่มากัน 6-8 คนค่ะโต๊ะเวิ้งใหญ่หน่อย

เสิร์ฟน้ำกันก่อนดีกว่า
ของหม่ามู๊ผลไม้รวม ไม่แอลกอฮอล์ ป่าปู๊กีวีปั่น ค่า อร่อยชื่นใจทั้ง 2 แก้ว

จิบน้ำแล้วชมวิวกันต่ออีกนิด
ป่าปู๊เล่าว่าตัวดูดควันที่นี่ ว่ากันว่าเจ๋งสุดในบรรดาร้านเทปันยากิของกทม.
นำเข้าจากต่างประเทศ ตัวใหญ่เบิ้ม ขอถ่ายไว้ก่อนๆๆ
ดูดควันซวบๆๆๆหายในพริบตา
ข่าวเล่าว่า มากินที่นี่ รับรอง หัวไม่เหม็นกลับบ้าน เดี๋ยวจะพิสูจน์ตอนกลับซิ ว่าจริงป่าวว

จาน ตะเกียบ ช้อน พร้อมแล้วค่า

เครื่องปรุงก็พร้อมจ้ะ (แต่ไม่ได้เปิดดูเลยว่ามีไรบ้าง
)

ป๊าปู๊สั่งแล้วพร้อมหม่ำแล้วนะค้า

หม่ามู๊ก็พร้อมจ้ะ(ยังชูนิ้วกลัวคนไม่รู้ว่า 2 ปีจ้ะ
)

ขอเล่าอีกนิด ตอนเปิดเมนูสั่ง งงมาก หม่ามู๊จะสั่งไงดีเนี่ย
คือมันมี set ซีฟู๊ด เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ แล้วก็ combination
ใจอยากกินหลายๆอย่างไง แต่เท่าที่ดูหลายอย่างมันก็เยอะนะนั่น มันแยกกัน
สรุปพวกเราเลยสั่งแบบ combination เดี๋ยวมาดูกันค่ะ
แต่ละชุดจะเสิร์ฟพร้อม ซุป สลัด appertizer และของหวานให้พร้อมสำหรับแต่ละคน (รวมใน set เลย)
เอาน้ำจิ้มมาก่อน พื้นฐาน 3 อย่างของที่นี่
ซ้ายสุดเหมือนมายองเนสผสมวาซาบิหน่อยๆ
กลางเป็นน้ำจิ้มขิง
และริมเป็นเหมือนน้ำพริกเผา (พริกเผาล้วนเค็มเผ็ดจี๊ดไม่มีหวาน)

และแล้วซุปก็มา
มีให้เลือกระหว่างซุปมิโซะ กับ ซุปเห็ดน้ำใส
ของเรา มิโซะซุป (มีแครอท ไชเท้า กับมัน เป็นลูกเต๋าอยู่ด้วย)
ดูเหมือนธรรมดา แต่กินแล้ว เอ้ย รู้สึกเลยว่ามันอร่อยกว่ากินมิโซะร้านญี่ปุ่นทั่วไปอ่ะ 

ของป่าปู๊ ซุปเห็ดหอมน้ำใส หอมเห็ดมั่กๆ

ต่อจากนั้นสลัดก็ตามมาค่ะ
น้ำสลัดพนักงานเอามาให้เลือก 3 อย่าง มี 1.น้ำสลัดงา 2. น้ำแครอท 3.แบบไทยจิ๊ดๆ
ของเรา น้ำสลัดงา กลมกล่อม

ของป่าปุ๊น้ำแครอท ไม่ได้ชิมหง่ะ แต่คงอร่อยเพราะกินหมด 

หม่ำแล้วซับปากกันนิดนึงนะเคอะ 

หม่ำแค่นี้น้องน้อยก็ดุ๊บๆแล้วอ่ะ
อร่อยใช่ไม๊หล้า ยังแค่เริ่มต้นนะจ๊ะ
และแล้วก็ได้เวลาเปิดเตา ทำ appertizer ตามเซตแล้วค่า
มีให้เลือกระหว่าง หอยเชลล์ตัวเบ้ง กับ กุ้ง เราก็เลือกคนละอย่างนั่นหล่ะ 
เชฟของเราเดินมาพร้อมของเต็มมือ ได้เวลาเปิดเตา สาดน้ำมันลงปายยย 

พอกะทะเทปันร้อนได้ที ก็สาดดดของลงไปเล้ยย 
ของป่าปู๊ กุ้ง กับ ผักขม (ส่วนกองผักด้านข้างเค้าเตรียมไว้สำหรับ main course ก่อน)

หอยเชลล์ของเราก็เริ่มเอามาผัดด้วยแล้ว ตัวใหญ่พอดู

ระหว่างผัดเค้าก็จะใส่เนยกระเทียมของเค้าลงไปคั่ว + น้ำซอส โอวว หอมมากกเรียกน้ำย่อยสุดๆ
ชะแว๊งเสร็จแล้น
หอยเชลล์ของเรา เนื้อแน่นนุ่มมั่กๆ (หอย 2 ตัวแบ่งเป็น 4 ท่อน)

กุ้งป่าปู๊

แค่จานแรกมาร้อนๆหอมๆก็อูววว อร่อยๆๆ
เชฟเอาเซต ซอส มาแนะนำ เป็นซอสทางเลือกใหม่ มีให้เพียบบบบ

แล้วก็แนะนำซอสตัวใหม่ บอกว่าแบบไทยนะครับ ทานกับซีฟู๊ดเหมาะ

แต่เอ่อ กินแล้วไม่ปลื้มค่า ไทยอะไร รสแบบ vinegar
แล้วก็มีหอมสับๆ ออกเปรี้ยว vinegar อย่างเดียว
กลับไปหา 3 ซอสดั้งเดิมดีกว่า
(จริงๆไม่ต้องจิ้มก็อร่อยนะ)
และก็ได้เวลาต่อด้วย main course กันเลย
หม่ามู๊สั่ง combination ระหว่างปลาแซลมอน กับ หอยเชลล์
(ก็ชอบกินหง่ะ จริงๆอาหารทะเลมีให้เลือกเป็นปลาอีกหลายชนิด กุ้งลายเสือ หอยแมงภู่นิวซีแลนด์ไรงี้อ่ะจ้ะ)
มิใช่น้อยๆๆ ก็แบ่งกันหม่ำนะคะ จัดได้ 2 จาน

จัดมา เฉพาะหอยเชลล์ก่อน ร้อนๆ สดๆ นุ่มๆ โอววว อร่อย 

ตามด้วยแซลมอนมาติดๆ รวมกันไปเลยย

หม่ำแค่นี้ก็เริ่มจะอิ่มๆนะเนี่ย แต่ยัง นี่แค่ครึ่ง เหลือ set ป่าปู๊อีก
น้องน้อยเริ่มบอกหนูตึงแล้วหม่ามู๊ ท้องแข็งเป๊กก
แล้วพี่ป่าปู๊ก็สั่งข้าวผัดกระเทียมมา 1 ที่ ทีแรกเห็นข้าวขาวมา 1 ถ้วยเอง ก็คิดว่าคงน้อยๆ
แต่พอผัดแล้วเอ้ยยย มันได้ 2 ถ้วยแบ่งกันได้เลย เตรียมผัดนะฮ้า

คลุกเคล้าๆๆ

ชะแว๊งงงงง ได้มาแล้วคนละถ้วย หอมกระเทียมกับเนยมั่กๆ ไม่ใช่น้อยนะเนี่ย (หม่ามู๊กินไม่หมดด้วย)

และแล้วก็ได้เริ่มทำ combination ของป่าปู๊ละ
สั่งเป็นกุ้งมังกร (หม่ามู๊กินด้วยไม่ได้อ่ะ แพ้กุ้งนี่นา)
กับ หมูสันนอก
ทีแรกยุให้ป่าปู๊สั่งเนื้อ แต่ป่าปู๊บอกว่าหม่ามู๊เลิกกินให้น้องน้อยแล้ว
ป่าปู๊สั่งมาก็กินคนเดียว งั้นเอาหมูดีกว่าจะได้กินด้วยกันเนาะ
พอเห็นกุ้งมาโอว ทั้งตัวนะฮ้า วางจ่อมมมม ตรงนั้น

ซูม ซูมมมม ซูมมมม

พอด้านล่างเริ่มแดง เค้าก็ถอดชุดทำพี่กุ้งมังกรโป๊ 

เสร็จแล้วค่า สรุปหม่ามู๊ก็ลองกินไป 1 ชิ้น โหยยย เนื้อแน่น กรุบกรอบเด้งดึ๋ง อร่อยยย
(แต่หลังจากนั้นก็คันปากไปแวบนึง
น้องน้อยจะแพ้เหมือนกันป่าวน้า)

และเมนูสุดท้าย เนื้อหมูสันนอก
อันนี้เริ่มอิ่มแล้ว เริ่มมองหน้ากัน
แต่เอาวุ้ย สั่งแล้วกินๆๆๆ

สรุปคงเพราะอิ่มด้วยมั้ง เมนูนี้เฉยๆ แต่จิ้มกับน้ำจิ้มก็อร่อยจ้ะ

อิ่มแล้ว ยังสู้สู้ 

หมดศึกการกินของคาวเท่านี้ พี่เชฟเก็บเตาเรียบร้อยยยยย ประหนึ่งไม่มีไรเกิดขึ้น

ในเซตยังมีของหวาน เป็นเมลอน ให้คนละซีก พร้อมชาเขียวร้อนนะเคอะ
ยังต้องกินกันต่อปายยยย
หวานฉ่ำอร่อยมั่กๆชื่นจายยย
ชาเขียวก็หอมมสดชื่น

จิบชากันนะคะ ไฮ๊

ระหว่างเราหม่ำของหวาน เพื่อนร่วมเชฟของเราก็เริ่มทำ main course กันบ้าง
แอบถ่ายเค้ามา เป็นเนื้ออ่ะ ท่าจะอร่อยนิ
(ที่นี่มีเนื้อวัวสารพัดเลย นำเข้าจากหลายที ถ้าไม่เลิกกินเนื้อคงลอง แต่เลิกไปแล้นนนอด)

ระหว่างหม่ำ
พนักงานสาวสวยจู่ๆก็เดินมา บอก Happy Anniversary นะค้า
กรี๊ดๆๆน่ารักจริงๆ แค่บอกเซลล์ไว้ว่าวันนี้ครบรอบแต่งงาน
แหมมี surprise ให้กันด้วย

ก็เลยวานเค้าถ่ายรูปคู่ให้หน่อยนะค้า
โต๊ะบังไม่เห็นน้องน้อยเลย

ให้ดูชีสเค้กชัดๆนะค้า Raspberry Cheesecake

คำแรกชิมไป โอวววววววววว
สวรรค์ของคนรักชีสสสเค้กกกกกก
อร่อยมากกเนื้อชีสเค้กแน่นนุ่มละลายในปากกกก
แหวะด้านในมาให้ดู
ซอสด้านบนก็ออกเปรี้ยวๆหวานๆเข้ากั๊นเข้ากัน

ป่าปู๊อดใจไม่ไหว ต้องสั่ง espresso มาหม่ำกับชีสเค้กก 

ปิดท้ายการกินด้วยรูปนี้ จุกไปตามๆกัน พุงแข็งปั๋ง 

เพราะชีสเค้กทำเหตุ เราเลยอดใจไม่ไหว ไปซื้อฝากคุณยายกับน้าแพรวซักหน่อย
ไปที่ bakery ของ JW Marriott เลยนะคะ อยู่ในห้อง buffet ค่ะ
เอาชิ้นไหน ชี้เลยๆๆๆ 

อีกซักรูป สรุปซื้อชีสเค้ก 3 ชิ้น 3 รส สบายใจ 

ก่อนกลับ เข้าห้องน้ำกันก่อนดีมะคะ เดี๋ยวจะปวดชิ้งฉ่อง
แอบให้ป่าปู๊ถ่ายห้องน้ำเค้ามาด้วย
เสียดายแบตมือถือหม่ามู๊หมดอ่ะ ห้องน้ำหญิงมีที่ล๊อคกลอนเก๋ๆด้วยไม่ได้ถ่ายเลย
อ่างล้างมือเก๋ๆใช้ laser แกว่งมือเอาไม่ต้องเปิด
มีเฉพาะสำหรับ Tsunami นะคะ ห้องน้ำด้านบน lobby ธรรมดาอ่ะ

ในที่สุดก็ถึงเวลากลับแล้วจ้ะ
ถ่ายหน้าร้านซักหน่อย ด้านหลังเป็นทางไปโซน Tsu น้า

เราต้องขึ้นบันไดกลับไปตรง lobby

เจอด้านบนทางซ้ายเป็นห้อง buffet ถ่ายกับป้ายชี้ทางไป nami ซะหน่อย

และแล้วก็ได้เวลากลับ ขึ้นรถ ผึ่งพุง
เราถึงบ้านกันเกือบ 4 ทุ่มอ่ะจ้ะ เม้ากับคุณยายนิดหน่อย
ก็อาบน้ำ ปะแป้ง นอนดูราตรีสโมสร
แล้วก็หลับกันดีกว่าเนาะน้องน้อย เหนื่อยแล้ว กินเหนื่อยเลยวันนี้
Happy Anniversary จ้ะ คราวหน้าครบ 3 ปี หม่ามู๊ก็พาน้องน้อยไปนั่งหม่ำเองได้แล้วเนาะ

