วันนี้เรามีนัดกับน้องๆของคุณตากันจ้ะ
เป็นวันนึงของทุกปีที่เรานัดกัน เพื่อไปทำบุญให้คุณทวด (คุณปู่คุณย่าหม่ามู๊)
ที่เสียไปแล้ว เป็นประจำ ที่จ.ราชบุรี
บ้านเกิดของคุณตาไงหล่ะจ๊ะ
ทุกอย่างก็เหมือนเดิมหล่ะ ทำบุญให้ตอนก่อนเพล
แล้วก็ไปหม่ำของอร่อยกันในครอบครัว
พี่น้องคุณตา 9 คนแหนะ แถมสามี ภรรยา ลูก หลานอีกเพียบ
รวมๆแล้ว 40 กว่าชีวิตได้มั้งเนี่ย ครอบครัวใหญ่เนาะ คุณตาเป็นพี่ใหญ่ด้วย
เลยต้องจัดการนัดทุกปี

ทีแรกเราจะไปกันทั้งบ้าน มีคุณตา คุณยาย หม่ามู๊ ป่าปู๊ น้าแพรว
แต่ตอนตี 3 ของวันนี้ จู่ๆก็รู้สึกว่าป่าปู๊เดินสโล๋เสล๋กลับมาที่เตียง
บอกว่าไปแหวะมา แล้วก็ท้องเสียด้วย อ้าวไหงงั้นหล่ะ
ก็เลยมามะนอนต่อ แต่ซักแวบๆ เอาอีกแล้ว วิ่งไปห้องน้ำ
สรุปตื่นเช้า 6 โมง ป่าปู๊ยังนอนปวดท้อง ปวดหัวอยู่เลย
ไม่ไหวจริงๆ ท้องเสียไม่หาย ท้องบีบๆปวดๆตลอด
หม่ามู๊เลยบอกนอนอยู่บ้านดีกว่า แต่หม่ามู๊ต้องไปกับคุณตาคุณยายนะ
ไปแล้วไปจุ๊ดๆกลางทางยิ่งแย่ใหญ่
ฝากป้ารัสให้เอาโจ๊กให้หม่ำ แล้วเดี๋ยวบ่ายๆเราจะรีบกลับมาดูแลเนาะน้องน้อย

7 โมงครึ่ง หม่ำโจ๊กเสร็จ เราก็ออกจากบ้านกันจ้ะ
คุณตาเลยขับเองวันนี้ นั่งๆไปซักพัก อ้าวง่วงกันเป็นแถว
หม่ามู๊กับน้าแพรวหลับคร่อกกันซะงั้น ตื่นมา 8.30 นครปฐมแล้วหล่ะ
เลยโทรหาป่าปู๊ยังนอนอยู่ พักจากที่ตื่นบ่อยๆเมื่อคืน ยังไม่หิว
9 โมงเราก็ถึง วัดท้ายเมือง จ.ราชบุรีกันแล้ว

ไปถึงก็มีคุณตาคุณยาย (น้องคุณตา)มากันเกือบครบแล้วหล่ะ
ระหว่างรอ คุณยายก็เลยชวนหม่ามู๊ กับน้าแพรวทำบุญเติมนำมันตะเกียง
ทำบุญผ้าห่อศพ แล้วก็เอาอาหารไปให้วัว 3 ตัวด้านหลัง
หม่ามู๊ยกบุญที่ทำวันนี้ให้น้องน้อยหมดเลยน้า
ทำบุญด้วยกันนะจ๊ะ น้องน้อยจะได้แข็งแรงๆๆ

เกือบ 10 โมงสมาชิกทั้งหมดถึงมาครบ
ไปจุดธูปไหว้คุณทวดที่หน้าที่เก็บอัฐิก่อน พร้อมพรมน้ำอบรับสงกรานต์
แล้วหลวงพ่อก็เลยเริ่มทำพิธีให้ที่หลังอุโบสถ หน้าที่เก็บอัฐิคุณทวดหล่ะจ้ะ
เสร็จแล้วเราก็ได้สรงน้ำพระ (รูปจริงๆ) กันตรงหน้าโบสถ์นั่นหล่ะ
พระมือเปื่อยหมดเลย เพราะเราญาติเยอะ อิอิ
ประมาณ 10.30 น.ทุกอย่างก็เรียบร้อย
คุณตาคุยกับหลวงพ่อเจ้าอาวาสนิดหน่อย ก็ขอตัวกลับ
โทรไปหาป่าปู๊ หม่ำข้าวต้มตอนเช้าและนอนพักต่อ
วันนี้พวกเรามีนัดไปกันต่อที่บ้านคุณทวดที่อ.ดำเนินสะดวกจ้ะ
คุณทวด (2-3 คน) เป็นน้องของคุณทวด (คุณปู่หม่ามู๊) ที่ยังอยู่กันที่บ้านเดิม
ที่คุณตาเกิดนี่หล่ะ ที่บ้านทำบุญกันด้วย
คุณตาก็เลยบอกให้น้องๆทุกคนไปแจม แล้วก็ไปสวัสดีปีใหม่ไทยที่บ้านคุณอา (ของตาๆยายๆด้วย)

ขับรถตามกันไปซักพัก เราก็ไปถึงบ้านสวนที่ดำเนิน
ยังเป็นสวนท้องร่องแบบโบราณ มีสองฝั่งถนน
ด้านนึงปลูกมะพร้าว

ด้านนึงปลูกกล้วย

ท้องร่องของแท้ยังอยู่นะค้า

ถึงทางเข้าบ้านคุณทวดแล้ว
คุณตาโดนไปนู่นและ คุณยายเม้าไรเนี่ย

ถ่ายรูปกับคุณยายซักแชะ ทางเข้ายาวเชียววว กว่าจะถึงบ้าน

น้าแพรวขอถ่ายกับมะพร้าวเตี้ยๆหน่อย กำลังออกต้นเชียว

เสร็จแล้วเราก็ขึ้นไปไหว้คุณทวดทั้งหลาย
ฟังพระสวดบนบ้านหลังถวายเพลไปแล้ว นั่งเล่น
ไปมา อ้าวข้างบ้านก็มีท้องร่อง แถมมีเรือพายมาจอดด้วย
มารู้ทีหลังว่าหนึ่งในเพื่อนคุณทวดที่อยู่สวนข้างๆพายมาเองเลย

ไหว้ญาติๆ ซักพัก ก็ได้สรงน้ำพระ (รูปจริงๆ) อีกครั้งทีบ้าน
ที่นี่ก็เหมือนกัน หลวงพ่อรับน้ำซะมือเปื่อยเลย เย็นชุ่มฉ่ำไปตามๆกัน
เพราะหลวงพ่อมาพรมน้ำมนต์ให้ด้วย
จากนั้นโต๊ะจีนที่คุณตาสั่งมาก็ตั้งโต๊ะจ้ะ เราออกไปหาโต๊ะมุมเหมาะๆนั่งกัน
ตั้งกันตรงทางเดินเข้าบ้านนี่หล่ะ ริมต้นมะพร้าวเลย

ทุกคนก่อนนั่งต้องส่องบนหัวก่อน ว่าโต๊ะนี้มีลูกมะพร้าวอยู่ข้างบนป่าว
เดี๋ยวหม่ำๆอยู่ ตกมาซะงั้น
โทรหาป่าปู๊ก็หม่ำข้าวต้มมื้อกลางวันอีก บอกไม่อยากกินไรเลย

อาหารทยอยๆเสิร์ฟออกมา เป็นโต๊ะจีนแบบต่างจังหวัดแต่อร่อยน้า
อาหารที่จำได้ก็มี เป็ดพะโล้ กุ้งอบวุ้นเส้น ยำหมูยอไส้กรอกแฮม
ปลาทับทิมนึ่งบ๊วย (อันนี้น้ำซุปอร่อยมั่กๆ ซดกันโฮกๆๆ)
ปูทะเลผัดผงกะหรี่ (อันนี้คุณตาสั่งพิเศษนอกจากเมนู)
ต้มจืดหน่อไม้ทะเล แล้วไรอีกน้า หม่ามู๊จำไม่ได้แล้ว
แต่รู้ว่าอิ่มมากๆ ทีแรกก่อนกินก็หิวมากๆเหมือนกัน
พอได้กินหล่ะ จ๊วบๆหม่ำปูไปซะเยอะเชียว

ทุกอย่างดีหมด ถ้าอากาศดีกว่านี้ หม่ำไป ซับเหงื่อไป
คุณยายต้องเอาน้ำแข็งมาชุบผ้าเย็นเช็ดตัว
ร้อนมากๆเลยจ้ะวันนี้ ดีนะแดดร่มเป็นระยะ มีลมพัดหน่อย
ไม่งั้นตับแลบแน่ๆเลย ดีแล้วป่าปู๊ไม่มา ไม่งั้นแย่แน่ๆ
บ่าย 2 กว่าๆเราก็ได้เวลากลับกัน เย้ๆๆจะได้รับแอร์ในรถเย็นๆแล้ว
ขากลับหลับอีกแล้ว แต่สะดุ้งตื่นตอนบ่าย 3 กว่าๆ
เพราะคุณตาขับรถเขย่ามากกก จะแกล้งไม่ให้หลับกันใช่ไม๊เนี่ย อิอิ

4 โมงกว่าเราก็ถึงบ้านแล้วจ้ะ ป่าปู๊นอนแผ่อยู่บนห้อง แอร์ก็ไม่เปิด
เปิดพัดลมผึ่งๆซะงั้น ยังเพลียๆอยู่แต่ไม่ปวดท้องแล้ว
หม่ามุ๊ไม่ไหวขออาบน้ำสระผมก่อน ร้อนมากๆเลย
แล้วก็เอาผ้าไปชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตัวให้ป่าปู๊สบายๆ
พาลงมานั่งดูทีวีเย็นๆข้างล่างดีกว่า หาไรหม่ำๆด้วย
จะได้สดชื่นนนเนาะ
นั่งๆคุย คิดว่าเพราะข้าวผัดแน่ๆเลยเพราะหม่ำคนเดียว
แล้วป่าปู๊ก็บอกตอนแหวะก็เห็นเป็นข้าวผัดกับแกงป่าด้วย
โทรหาบ้านนู้นก็ไม่มีใครท้องเสีย สรุปข้าวผัดทำพิษแน่ๆเลย
วันหยุดกลายเป็นวันเปลี้ยๆอีกแล้ว
