4 มกราคม 2555
ความเดิมจากตอนที่แล้ว
เล่าว่าคืนวันที่ 3 จากที่อาการท้องแข็งเริ่มถี่น้อยลง
หมอเริ่มลดยา แต่พอลด เอาหล่ะสิ
มันมาอีกแล้วเริ่มถี่ขึ้น
พยาบาลห้องคลอดเลยเพิ่มระดับยาเป็น 30 หยดต่อนาที (สูงสุดที่เคยได้)
พอเพิ่ม มือเริ่มสั่น และรู้สึกใจสั่น (ตามผลข้างเคียงของยา)
แต่มันรู้สึกใจสั่นมากเกินไปเลยบอกพี่พยาบาลคงไม่ไหว ลดลงมาหน่อย
เค้าก็เลยลดเหลือ 25 และเหลือ 20 เท่าเดิม
ประมาณเที่ยงคืนกำลังจะเข้าวันใหม่ของวันที่ 4
ยาเริ่มจะเอาไม่อยู่มันมาถี่แบบทุก 10 กว่านาทีอีกแล้ว
แล้วมาทีก็ปวดจี๊ดดดดดด
พยาบาลเลยโทรแจ้งหมอที่ฝากท้อง
แล้วมารายงานว่า คุณหมอกำลังมา
อาจจะไม่รอแล้ว น่าจะให้คลอดเช้านี้หล่ะ
กรี๊ดดดดด จากที่ว่าจะรอถึงวันที่ 10
นี่วันที่ 4 ช้านจะต้องคลอดแล้วเหรอ
ใจนึงก็ห่วงลูกว่าจะโตเต็มที่รึยัง
แต่อีกใจก็โล่งว่าจะได้คลอดแล้วไม่ต้องนอนรอเจ็บจี๊ดไปอีก
ป่าปู๊โทรบอกคุณยาย พอดี๊คุณยายตื่นมาห้องน้ำ
คุณยายก็เลยบอกเดี๋ยวแต่งตัวมาหาเลย
ประมาณตี 1 กว่าๆคุณหมอมา
ตรวจปากมดลูกว่ามันเปิดมากขึ้นอีกนิดเฉียดๆ 4 ซม.แล้ว
แล้วท้องแข็งถี่ขนาดนี้ หมอไม่รอแล้วนะ คงต้องผ่าคลอดกันแล้วหล่ะ
ป่าปู๊ถามว่ารอถึง 9 โมงเช้าตามฤกษ์ดีที่ถามหลวงปู่ได้ไม๊
หมอบอกไม่ได้แล้วค่ารอนานขนาดนั้นไม่ไหว
โทรบอกคุณยายที่กำลังขับรถมา คุณยายเลยบอกงั้นคลอดเลยก็ได้
แต่ขอเวลาลงท้ายด้วย 9
อิอิ ยังขอเอาฤกษ์อีกนิด
ป่าปู๊ขอถ่ายรูปก่อนไปขึ้นเตียงผ่าซักหน่อย
จากนั้นพยาบาลก็มาเตรียมพร้อมหม่ามู๊
จัดเตรียมห้องผ่าตัด เราก็นอนรอจี๊ดกันไปเรื่อยๆ
คราวนี้หม่ามู๊เลือกบล๊อคหลังจ้ะ
เพราะตอนพี่พีค ต้องดมยาสลบเพราะน้ำเดินจะหมดแล้ว
แต่ปากมดลูกไม่เปิดซะที
บล๊อคหลังไม่ทันอันตราย
คราวนี้เลยบล๊อคดีกว่าจะได้รู้ตัว
แต่ที่รพ.นี้ถ้าผ่าคลอดไม่ให้คุณพ่อเข้าไปด้วย อดเลย
ประมาณตี 2 กว่าๆรถเข็นก็มารับหม่ามู๊
เข้าไปหมอดมยามาคุยด้วยบอกเดี๋ยวจะบล๊อคหลังน้า
ให้ทำตัวงอๆให้ได้มากที่สุด
แล้วหม่ามู๊ก็รู้สึกถึงเข็มจิ้มเข้าที่กระดูกสันหลัง
พักนึงก็เริ่มรู้สึกตึงๆตั้งแต่ท่อนล่างลงไปถึงเท้า แว๊บเดียวจริงๆ
ทีนี้พยาบาลก็มาโกนขนตรงนั้น
แต่คราวนี้โกนแค่ด้านบนๆที่ใกล้กับแผลผ่าเท่านั้นเอง
ดีหน่อยเวลามันมาใหม่จะได้ไม่ทิ่ม 55555
เพราะสมัยพีคโกนหมด เวลามันขึ้นใหม่ทิ่มเหลือเกิ๊นนน
จากนั้นก็เสียบสายสวนปัสสาวะ
แล้วคุณหมอก็มาเตรียมพร้อม
ตอนนี้จะทำอะไรคุณหมอจะบอกเป็นระยะเพราะหม่ามู๊มีผ้าสีเขียวกั้นไว้
ส่วนคุณหมอบล๊อคหลังก็คอยนั่งอยู่ที่ด้านหัวหม่ามู๊
ใส่อ๊อกซิเจนให้ และคอยเล่าเป็นระยะเหมือนกัน
ว่าหมอกำลังผ่าแล้วน้า
เดี๋ยวถ้าหมอดึงลูกออกมาจะรู้สึกตึงๆหน่อยน้า
หมอคุยอะไรเลยได้ยินหมด
จากนั้นหมอก็ดูเวลาว่าจะเอา 03.19 น.หล่ะน้า
เตรียมพร้อม แล้วก็มีเสียงบอกว่า
โหยย ช่วยผงกหัวออกมาด้วย อยากออกเต็มที่เลยนะเรา
(แบบว่าหมอบอกพอเปิดเจอน้องจะพาออกจากท้องน้องก็ช่วยผงกหัวออกมาเลย 555)
พอออกมาแล้วก็เสียร้องแว๊กๆๆๆๆ
หมอบล๊อคหลังบอกอูยยย ขาวเชียวคุณแม่
พักนึงพยาบาลเอาน้องมาให้หม่ามู๊ดู
ว่าแข็งแรงน้า โชว์จู๋ว่าผู้ชายน้า
แถมเอาน้องมาจุ๊บแก้มหม่ามู๊ด้วย
ฮ้าโล่งอก ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี
ระหว่างพยาบาลพาน้องไปล้างตัวทำความสะอาด
ก็โทรมารายงานคุณหมอว่า
น้ำหนักน้องคือ 3060 กรัม
กรี๊ดดดดด ได้ยินแล้วดีใจมากก ขนาด 36 วีค 2 วันนะลูก
ยังได้นน.ดีขนาดนี้
เพราะตอนพี่พีค 37 วีค หนักแค่ 2210 กรัมเอ๊ง
หายห่วงๆๆ
คุณหมอเย็บแผลไป คุณหมอบล๊อคหลังก็มาฉีดยาให้หม่ามู๊พัก
พอเสร็จแล้วเข็นออกมา เจอหน้าป่าปู๊
ก็รายงานนน.ลูกเลยว่าหนักดีมาก
แล้วเจ้าหน้าที่ก็เข็นหม่ามู๊เข้าไปห้องดูอาการใน ICU
คุณหมอพาป่าปู๊เข้ามาคุยกันอีกรอบก่อน
สรุปว่าการผ่าเป็นไปด้วยดี หม่ามู๊จะนอนอยู่ห้องนี้ก่อน
แล้วเช้าจะเข็นขึ้นห้องพักให้
บ๊ายบายป่าปู๊เสร็จ หม่ามู๊ก็นอนหลับไม่รู้เรื่องแล้ว
ระหว่างนั้นป่าปู๊กับคุณยายก็ไปถ่ายรูปน้องที่ห้องเด็ก
กลายเป็นคุณพ่อลูก 2 แล้วคร้าบ
เด็กเกิดใหม่แรกๆจะจับเอาหัวลงต่ำไว้ก่อน
เพื่อระบายน้ำต่างๆในตัว
ประมาณก่อน 8 โมงหม่ามู๊ก็ตื่น
มีพยาบาลมาวัดความดัน วัดไข้ ทุกอย่างปกติ
บอกเดี๋ยวอีกพักเจ้าหน้าที่จะพาขึ้นห้องพัก
ไปเถอะค่ะอยากไปแล้ว นอนในห้องคนเดียวโหวงเหวง
แถมมองอะไรไม่เห็นด้วยไม่ได้ใส่เลนส์ 555
8 โมงกว่าๆเจ้าหน้าที่ก็มาเข็นขึ้นห้อง
เจอคุณยายกับป่าปู๊นั่งรออยู่ด้านนอก จะได้ขึ้นไปพร้อมกัน
ป่าปุ๊โชว์รุปเพอร์กี้ให้ดู แล้วก็คอย update เรื่อยๆ ลงมาถ่ายรูปเรื่อยๆ
พอสายหน่อยเริ่มเอาหัวสูงขึ้นแล้ว
แหนะมีแอบยิ้มด้วย
จากนั้นบ่ายๆก็นอนราบ
เริ่มมีแสดงพลังเสียงแล้วแว๊กๆๆๆๆๆ
พอเลิกเรียน คุณยายก็ไปรับพี่พีค ตรงมาหาน้องกับแม่ที่รพ.เลย
เห็นน้องไม๊คร้าบ
น้องพีคคร้าบน้องพีค อยู่ในตู้น้าน
และแล้ว เพอร์กี้ก็ลืมตาดูโลกอย่างเป็นทางการแล้วคร้าบ
ชื่อเล่น ที่ให้ชื่อ เพอร์กี้
เพราะมาจากว่านั่งคิดว่าลูกคนที่ 2 ให้ชื่ออะไรดีที่ไม่น้อยหน้าพี่พีค (สูงสุด)
ป่าปู๊นั่งคิดไปมาว่า พีคเกอร์ พีคเกอร์
งั้นเพอร์กี้ไม๊ คือเอาง่ายๆ ผวนคำนี่หล่ะ
หม่ามู๊คุ้นๆเลยไปเปิดดิค เอ้ามีคำแปลด้วย
Perky แปลว่า สดใส ร่าเริง อร๊าย ความหมายดี
ป่าปู๊เลยไปถามเพื่อนชาวอังกฤษ ว่าชื่อนี้โอเคป่าวในสายตาฝรั่ง
เค้าบอกว่าความหมายเป็นบวกนะตั้งได้
แถมสมัยก่อนมีการ์ตูนชื่อ Pinky & Perky เป็นหมุ 2 ตัวด้วย
โห ไรจะเข้าข้างเราขนาดนั้น
ก็เลยสรุปตั้งแต่อยู่ในท้องว่าน้องจะชื่อ Perky นี่หล่ะจ้า
ส่วนชื่อจริงเลือกๆไว้แล้ว 7 วันเดี๋ยวดูอีกทีว่าจะเอาชื่ออะไร
วันแรกก็มีแต่คนในครอบครัวมาหา หม่ามู๊ได้พักหน่อย
เย้ ได้นอนสบายไม่มีเจ็บจี๊ดในท้อง แผลผ่าก็ไม่เจ็บ
และที่โชคดีคือ ไม่แพ้ยาบล๊อคหลังเหมือนเพื่อนๆแพ้เลย เริ่ดมากค่า
สายๆคุณหมอที่ทำคลอดก็มาเยี่ยมบอกทุกอย่าง OK
ส่วนลูกกุมารแพทย์ก็บอกผ่านเทสเด็กแรกคลอดหมด ไม่มีปัญหา
คุณหมอฝีก็มาดูแผลบอกดีขึ้นเยอะ ไว้เอาสายสวนปัสสาวะออก ก็นั่งแช่ก้นได้แล้ว
หมดปัญหาทุกอย่าง โล่งอก
ส่วนเรื่องงานก็ส่ง sms บอกนายเรียบร้อย
นายและภรรยาส่ง sms มายินดี
จริงๆวันนี้ต้องไปนั่งประกบน้องที่มาทำแทน
แต่น้องขาพี่ขอโทษ พี่คลอดลูกซะงั้น
ไว้เดี๋ยวเทรนน้องทางโทรศัพท์แทน